top of page
Search
  • Writer's pictureNex Digitalmarketing

อาการปวดที่เกิดหลังการออกกำลังกายที่ควรรู้!่!่

Updated: Dec 21, 2020

นักกีฬาและสาวกวิ่งทั้งหลาย วิ่งมากๆมักปวดส้นเท้าฝ่าเท้า หรือช่วงแรกของการวิ่งปวดมาก วิ่งไปสักพักดีขึ้น แต่วิ่งจบปวดส้นเท้าอีก อาการที่กล่าวมาข้างต้นนี้เรียกว่า โรคพังผืดส้นเท้าอักเสบหรือโรครองช้ำ(Plantar fasciitis) โรคพวกนี้มักวินิจฉัยจากประวัติอาการและการตรวจร่างกาย

สาเหตุ

เกิดจากการที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น การออกแรงโหลดลงเท้าซ้ำๆ หรือมากเกินความจำเป็น ทำให้เกิดการฉีกขาดของเยื่อfasciaที่ฝ่าเท้านำไปสู่ปวดและการอักเสบ ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิอาการ ได้แก่

  • การออกกำลังกาย และกีฬา บางชนิดเช่นการวิ่งมาราธอน บัลเลต์ การเต้นแอโรบิค

  • ความผิดปกติของเท้า เช่น เท้าแบน เท้าโค้งผิดปกติ เป็นต้น

  • น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น

  • อาชีพที่ทำ เช่น ครู พนักงานโรงงาน หรือกลุ่มที่ต้องเดินมากๆ ยืนนานๆ

  • การปฏิบัติตัวและการรักษา

  • หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่า

  • สวมใส่รองเท้า หรือตัว support ที่เหมาะสมกับสรีระของเท้า และใส่รองเท้าพื้นนุ่มและมีตัวรองกระแทกส้นเท้า

  • บริหารเท้าด้วยการ ยืดเอ็นร้อยหวาย และ เยื่อ fascia ของเท้า และกดนวดคลึงเบาๆบริเวณส้นเท้า ฝ่าเท้าอาจใช้ยานวดหรือไม่ก็ได้ รวมถึงการแช่น้ำอุ่น10-15นาที ตอนช่วงเช้าและประคบเย็น10-15นาที เวลาปวด ถ้าอาการปวดไม่ดีขึ้น1-2อาทิตย์ควรปรึกษาแพทย์



การรักษา

  • ปฏิบัติตัวดังข้างต้น บางครั้งอาจได้รับการตรวจ X-ray ,MRI หรือผลตรวจเลือดบางอย่างเพื่อหาสาเหตุอื่นที่ทำให้ปวดได้

  • การทานยาบรรเทาอาการปวดและลดอักเสบ

  • ส่วนเรื่องการฉีดยา ขึ้นอยู่กับความเห็นของแพทย์แต่ละท่าน แต่ทางคลินิกไม่นิยมฉีดส้นเท้าเพราะลดอาการปวดได้ดีจริงแต่อาจทำให้ไขมันลองกระแทกส้นเท้าฟีบและฝ่อได้ และการฉีดหลายครั้งทำให้เยื่อfascia อ่อนเเรงและขาดได้ส่งผลให้ปวดเรื้อรังเวลาเดินในอนาคต

  • กายภาพบำบัดด้วยเครื่องมือทันสมัย เช่น high power laser , shock wave , PMS เครื่องกระตุ้นแม่เหล็กไฟฟ้า

  • สุดท้ายถ้าปวดมากจนทนไม่ไหวเดินไม่ได้ อาจต้องรับการผ่าตัด แต่น้อยรายมากที่จะได้ผ่าตัด

  • ปวดส้นเท้าอย่าปล่อยให้เรื้อรัง ควรรักษาแต่เนิ่นๆ ทางคลินิกพร้อมให้บริการและคำปรึกษา


2,624 views0 comments

Comments


bottom of page